วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

ศาสนา

จากสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2543 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประชากรในประเทศไทยนับถือศาสนา 99.37% โดยแบ่งออกเป็นศาสนาพุทธ 93.83% ศาสนาอิสลาม 4.56% ศาสนาคริสต์ 0.80% ศาสนาฮินดู 0.086% ลัทธิขงจื๊อ 0.011% และอื่นๆ 0.079% และมีประชากรที่ไม่นับถือศาสนาและไม่ทราบศาสนา 0.27% และ 0.36% ตามลำดับ[1] อย่างไรก็ตามการสำรวจของเอ็นจีโอ นักวิชาการ และกลุ่มศาสนา บ่งชี้ว่าประเทศไทยมีชาวพุทธนิกายเถรวาทราว 85-90% และผู้นับถือศาสนาอิสลามอาจมีมากถึง 10% สำหรับผู้ไม่นับถือศาสนากรมการศาสนาประมาณการณ์ว่ามีน้อยกว่า 1% ของประชากรทั้งประเทศ[2] นับแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมา ฝ่ายอาณาจักรไทยมีความสัมพันธ์กับฝ่ายศาสนจักรอย่างแน่นแฟ้น พระมหากษัตริย์ไทยและพระราชนิกุลทรงเป็นพุทธมามกะและหลายพระองค์ทรวงผนวชเป็นภิกษุ จึงมีการอุดหนุนค้ำจุนกันระหว่างสถาบันทั้งสองเรื่อยมา ในปัจจุบันกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่กำกับดูแลและรับรองกลุ่มศาสนาซึ่งรับรองเพียงห้าศาสนาหลักเท่านั้น และไม่รับรองกลุ่มศาสนาใดเพิ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา[2] กลุ่มศาสนาที่ได้รับการรับรองมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนและสิทธิ์ประโยชน์ทางภาษี ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ดูแลพุทธศาสนาโดยเฉพาะ ทั้งสองหน่วยงานรับงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อใช้ในกิจการทางศาสนารวมกันกว่าสี่พันล้านบาทต่อปี กระทรวงมหาดไทยเคยเก็บข้อมูลศาสนาและหมู่เลือดของคนไทยและพิมพ์ลงในบัตรประจำตัวประชาชน[3] แต่ปัจจุบันเลิกเก็บข้อมูลดังกล่าวแล้ว[4] นอกจากนี้ในการสมัครงาน ใบสมัครเข้าเรียนต่อ หรือประวัติคนไข้ในโรงพยาบาลมักจะสอบถามศาสนาของผู้อกรอกของมูลด้วย วิชาศาสนาเป็นวิชาบังคับในโรงเรียนรัฐบาลทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นักเรียนในโรงเรียนรัฐที่มิได้ถือศาสนาอื่นต้องสวดมนต์ไหว้พระหลังเคารพธงชาติทุกวัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  See More..

บทความที่ได้รับความนิยม